เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดประเด็นร้อนแรงในวงการโซเชียลมีเดีย หลังชาวเน็ตจำนวนมากในกลุ่ม “Anti-Fake News Thailand” บน Facebook ได้ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมของ “แอดมินเพจปริศนา” ที่ใช้ชื่อว่า “FactCheckToday” โดยแอดมินเพจดังกล่าวถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบิดเบือนข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับนโยบายด้านสุขภาพของรัฐบาล ซึ่งถูกเผยแพร่ไปในวงกว้าง สร้างความสับสนและตื่นตระหนกให้กับประชาชนอย่างมาก
ต้นตอของเรื่องนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อ “คุณธนากร พัฒนกิจ” หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม Anti-Fake News Thailand สังเกตเห็นข้อความที่แพร่หลายอย่างรวดเร็วในหลายแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่าโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดชนิดใหม่จะมีผลข้างเคียงร้ายแรงเกินกว่าที่ทางการจะยอมรับ คุณธนากรและทีมงานได้ทำการตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างละเอียด และพบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกสร้างและเผยแพร่ซ้ำๆ โดยเพจ FactCheckToday ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่กลับนำเสนอข้อมูลที่คลาดเคลื่อนและไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
กรณีนี้จุดชนวนให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของ “สื่อโซเชียล” และการทำหน้าที่ของเพจตรวจสอบข้อเท็จจริงปลอมที่แฝงตัวเข้ามา หลายคนตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มผู้สร้างข่าวลือเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างหรือไม่ หรืออาจเป็นเพียงความคึกคะนองที่ขาดความรับผิดชอบ การเผยแพร่ข่าวปลอมในประเด็นอ่อนไหวเช่นนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเข้าใจผิด แต่ยังอาจนำไปสู่ความเสียหายต่อสุขภาพของประชาชนโดยรวมได้
สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์นี้ และประกาศว่าจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเพจ FactCheckToday อย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลด้านสุขภาพ ควรตรวจสอบจาก “แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้” เท่านั้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน
บทเรียนจากเหตุการณ์นี้ตอกย้ำความสำคัญของ “การกรองข้อมูล” และ “เทคนิคการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-Checking)” ด้วยตัวเองในยุคดิจิทัลที่ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด ประชาชนทุกคนต้องมีสติและเปิดรับข้อมูลจากหลายแหล่ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองจากการบิดเบือนข้อมูลและการหวังผลประโยชน์จากข่าวปลอมในทุกรูปแบบ
นี่คือสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นจริงตามแหล่งข่าว แต่ในอนาคตอันใกล้ คงต้องจับตาดูว่ามาตรการเชิงรุกในการจัดการกับเพจข่าวปลอมเหล่านี้จะมีความเด็ดขาดและมีประสิทธิภาพเพียงพอหรือไม่ เพื่อสร้างสรรค์สังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถืออย่างแท้จริง
